drawing ink step by step [editใหม่ โหลดโหด]

posted on 23 Feb 2011 12:27 by deathknell
สวัสดีครับ

พอดีตั้งใจเอาไว้ว่า รูปที่นำมาเขียนฮาวทูในกระทู้นี้ จะวาดเพื่อส่งเป็นภาพอิลลัสประจำเดือนในหัวข้อhappy valentineที่ผ่านมา แต่เนื่องจากด้วยความตั้งใจที่ว่าจะวาดไปถ่ายรูปไปเพื่อนำมาเขียนเป็นฮาวทู ทำให้งานภาพนี้เสร็จไม่ทันส่งอิลลัสประจำเดือน ( Mad ) แต่ก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยเอามาเขียนเป็นฮาวทูเพื่อแชร์ให้เพื่อนๆในบอร์ดได้ดูกัน ก็หวังว่าจะได้อะไรจากฮาวทูชิ้นนี้ไม่น้อยก็น้อยมากเลยทีเดียว Laughing

.................................................................

ก่อนอื่นเลยขอเกริ่นก่อนครับว่า ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ชื่นชอบการทำงานแบบhandmadeมากๆ จะด้วยเหตุผลอะไรหรือวิสัยทัศน์ยังไงไม่ขอพูดก็แล้วกัน แต่หลักๆที่อยากจะแนะนำเชิญชวนคนที่พอจะมีอุปกรณ์หรือมีเวลาว่างหันมาทำงาน ประเภทนี้กันบ้างครับ เพราะเป็นการฝึกพื้นฐานการทำงานไปในตัว อีกทั้งเป็นงานที่แก้ไข undoไม่ได้ หรือถ้าแก้ได้ก็ค่อนข้างลำบาก ทำให้เราต้องตั้งใจ มีสมาธิ และทำพอเอาเสร็จแล้วมานั่งโม้หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองก็ไม่ได้ เทคนิคต่างๆของงานhandmadeนั้นก็ล้วนแต่เป็นการนำพื้นฐานทั้งหมดงัดมา ประยุกต์ใช้ ทำให้เรารู้จักพลิกแพลงเทคนิค รู้จักวางแผนในการทำงาน(เพราะมันแก้ไขงานไม่ได้) ทำให้เราเป็นคนหัวไวและมีสมาธิอยู่กับอะไรได้นานมากขึ้นครับ

น้ำท่วมทุ่งมาซะเยอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

.................................................................

painting with drawing ink

drawing inkคืออะไร?
drawing ink คือหมึกที่เรารู้จักกันดีในนามของindia inkครับ คุณสมบัตินั้นเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่น้อยคนที่จะรู้ว่า นอกจากจะมีindia inkสีดำแล้ว มันยังมีสีอื่นอยู่ด้วย



ในที่นี้ ผมใช้drawing ink หรือเจ้าindia inkชนิดสีนี้ ของนี่ห้อKenton หาซื้อได้ที่ศึกษาภัณฑ์(บางสาขา)ในราคาขวดละ15บาทเท่านั้นเอง


เนื้อสีของเจ้าdrawing inkนี้ อย่างที่บอกไปครับ มันเหมือนกับหมึกindia inkทุกประการ เนื้อสีเป็นน้ำทึบแสงสีสันสดใส เวลาใช้ก็เขย่าขวดก่อนเปิดฝา พอมันแห้งหลังจากทาลงไปบนเนื้องาน มันจะกันน้ำครับ ย้ำแล้วย้ำอีกครับว่ามันเหมือนindia ink Laughing


เราสามารถผสมน้ำลงไปในสีเพื่อเจือจางหรือลดค่าของสีลงได้ครับ


และเมื่อเราทาสีซ้ำลงไป ค่าของสีในบริเวณที่ทาก็จะเข้มขึ้น


นอกจากนี้เรายังใช้เทคนิคอื่นๆเข้ามาร่วมใช้ในการระบายได้ เช่นการทาน้ำบนกระดาษก่อนลงสี ก็จะได้ฟีลคล้ายการลงสีน้ำบนกระดาษเปียกครับ


เทคนิคพื้นฐานต่างๆ ควรฝึกให้คล่องมือในระดับหนึ่งก่อน ก่อนที่จะนำมาทำงานจริงครับ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น


.....................................................................
 
มาต่อกันในเรื่องของภาพกัน

แนะนำว่า ก่อนที่จะวาดนั้น ควรร่างคอนเซปอาร์ทเอาไว้ในหัวหรือในกระดาษก่อนครับ คอนเซปเป็นส่วนสำคัญในการวาดภาพเหมือนกัน เราจะได้ไม่ต้องมานั่งแถไปเรื่อยตอนวาดเสร็จนะ Laughing

ในที่นี้ ผมใช้กระดาษ200แกรมในการวาดครับ คุณภาพกลางๆ แต่ใช้ผิด ดันไปใช้แบบผิวที่ไม่เรียบนัก Laughing


และผมก็ใช้ดินสอสีฟ้าในการร่างภาพครับ
ถามว่าทำไมต้องสีฟ้า? ก็ผมชอบอ่ะ( Laughing ) อีกอย่างคือเส้นมันค่อนข้างโปร่ง ไม่สกปรกเลอะเทอะ ซึ่งอันที่จิงผมก็มีสีอื่นเอาไว้ใช้อีกครับ แต่ใช้ในงานที่แตกต่างกันออกไป อย่างกรณีนี้รูปที่จะวาดนี้ ผมใช้ไส้ดินสอสีฟ้า (blueนะครับ ไม่ใช่soft blue) และในตอนจบผมใช้ไส้สีส้มในการตัดเส้น...แต่อันนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

ไส้สีฟ้า


ร่างภาพทีละสเตป ตามคอนเซปในหัวครับ










หลังจากวาดเสร็จแล้ว ก็พยายามเช็คงานเช็คอะไรให้เรียบร้อยก่อนครับ แล้วมาเตรียมอุปกรณ์ในการลงสีกัน ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็ใ้อุปกรณ์พื้นฐานทั่วๆไป เช่น จานสี พู่กัน แก้วใส่น้ำ กระดาษทิชชู่ อะไรพวกนี้ ไม่ได้ฟิคอะไรมากว่าต้องใช้อะไรเป็นพิเศษครับ
 
ก่อนจะระบายสี แนะนำให้มีกระดาษtestสีวางไว้ข้างๆตัวด้วยครับ
เพราะก่อนที่เราจะระบายสีลงไปในงานทุกครั้ง ควรเช็คสีที่เราผสมก่อนว่าได้เฉดสีที่เราต้องการหรือยัง ได้สี หรือค่าของสีถูกใจหรือไม่ ควรtestก่อนทุกครั้งครับ เพราะในกรณีเจ้าdrawing inkนี้ นอกจากเวลาแห้งแล้วมันจะกันน้ำ มันยังแห้งเร็วมากๆอีกต่างหาก เพราะงั้นการลงสีในแต่ละพื้นที่นั้น ต้องอาศัยความใจเย็นและมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา ทั้งในขณะก่อนทำงาน หรือขณะที่กำลังทำงานอยู่


อันดับแรกผมจะระบายสีเนื้อสีพื้นก่อน ก็ทำการผสมสีเลยครับ
ในที่นี้ ผมใช้สีเหลือง แดง ขาว ในการผสม อัตราส่วนอันนี้ไม่สารมารถแนะนำกันได้ (จริงๆได้ แต่ไม่อยากแนะ) อยากให้ลองผสมอกันดูเองดีกว่าครับ



สีเนื้อรองพื้นนี้ ผมระบายคลอบคลุมทั้งหมดครับ เพื่อเช็ดแสงเงา ไม่ว่าจะเป็นหน้า ผม องค์ประกอบรอบข้างทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้สีดูมีความเกี่ยวเนื่องกันในเวลาที่เราลงสีในจุดอื่นๆไป แล้วเป็นการกำหนดสีreflect lightที่ตกทอดลงบนวัตถุไว้ล่วงหน้า




ระบายเคลือบๆเข้าไปในส่วนของวัตถุรอบข้างบ้าง



......................................................

ในส่วนของผู้หญิงก็เช่นกันครับ ระบายเหมือนกัน แต่ผมแอบผสมสีชมพูลงไปในสีเนื้อรองพื้นนิดนึง ให้ผิวเจ้าหล่อนแอบอมชมพู Embarassed



เช็คแสงเงาเบื้องต้นให้เรียบร้อย จากนั้นเราจะมาลงน้ำหนักเพิ่มกัน ด้วยการใช้สีเดิมที่ระบายไปแล้วนี่แหละครับ แต่ผสมให้มันเข้มขึ้นหน่อย ซึ่งในที่นี้ ผมผสม"แดง ม่วง เหลือง น้ำเงิน" ลงไปเล็กน้อย
โดยใช้แดงกับเหลืองผสมให้สีเนื้อเข้มขึ้น
ใช้สีน้ำเงินเป็นเงินเข้มสุด
และใช้สีม่วงเชื่อมสีเนื้อกับสีน้ำเงินให้เข้ากัน สีจะได้ไม่ดูตัดดิบกันเกินไป




................................................................

รีพลายหน้า เรามาซัดกุหลาบให้เสร็จกัน
 
กุหลาบ ผมจะเริ่มจากระยะหลังสุดก่อน นั่นก็คือใบนะครับ

และเนื่องจากผมไม่มีสีเขียว ผมจะต้องผสมเอาเอง ตามนี้เลยครับ น้ำเงิน เหลือง ส้ม ขาว จะออกมาเป็นชาเขียว Laughing


*(อย่าลืมtestเฉดสีให้ได้ดั่งใจก่อนด้วยนะ)*


แล้วก็ลงสีเหมือนเดิมครับ เป็นสีพื้นที่กำหนดแสงเงาไว้คร่าวๆ


จากนั้นผมเติมสีม่วงลงไปในเขียว ให้เขียวเข้มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ(หน้า Laughing ) เพื่อนำมาวาดลายใบไม้ กับส่วนที่เป็นเงาใบ



แล้วก็แอบเหยาะสีแดงลงไป ให้ได้เขียวคล้ำแก่เพื่อระบายทับส่วนที่ทึบแสง



แจร่ม


.......................................................................

มาต่อกันในส่งของดอกกุหลาบ ผมผสมสีแดง และเหลือง ชมพู ขาวอย่างละเล็กน้อยลงไปในสีแดง เพื่อระบายรองพื้นก่อนครับ



รอให้แห้งสักประเดี๋ยวหนึ่ง แล้วจึงค่อยใช้สีเดิมนี่แหละครับ ระบายเน้นเพิ่มสีสันแสงเงาลงไปอีก


(นิ้วเลอะสี Laughing )

แล้วก็ไม่ลืมที่จะระบายสีสะท้อนลงบนวัตถุใกล้เคียง รวมไปถึงใบไม้ด้วย


แล้วผมก็ผสมสี"น้ำเงิน"ลงไป ให้สีแดงกลายเป็นโทนม่วงเข้มเย็นๆ หรือviolet เพื่อนำมาระบายส่วนที่ทึบแสงที่สุดของดอกกุหลาบ และใบไม้ด้วยนะครับ ถือเป็นสีเงาสะท้อนจากดอกสู่ใบด้วย


และผมได้นำสีเดียวกันนี้ เพิ่มเงาตามจุดต่างๆบนใบหน้าและสีเนื้อลงไปด้วยครับ เพื่อในรูปบริเวณนี้มั้งหมดดูไม่โดดจนไม่เป็นส่วนเดียวกัน รวมไปถึงดวงตาด้วย



ด้านฝั่งผู้หญิงเองก็เช่นกันครับ หลักๆแล้วผมใช้ขั้นตอนกับวิธีการเหมือนฝั่งชายทั้งหมด ต่างกันแค่โทนสีเล็กๆน้อยๆ




 
จากผม ดังภาพ


ผมผสมสีน้ำตาลอมแดงด้วยสีแดง น้ำเงิน เหลือง ขาว



เนื่องจากส่วนของเส้นผมนั้นเราได้ทำการลงสีเนื้อคลุมโทนในส่วนขิงอสงเงาเอา ไว้แต่แรกแล้ว เลยลงง่ายหน่อยครับ อาศัยแค่ลงตามไกด์แสงเงาที่ตลุมโทนเอาไว้ให้ดีๆ ส่วนไหนที่ต้องการเน้นให้เข้มขึ้นก็ลงสีซ้ำลงไปตามต้องการครับ และก็ทำการเว้นขาวไว้บ้าง เป็นส่วนที่โดนแสงกับแสงสะท้อน



แล้วก็ผสมสีน้ำเงินกับม่วงนิดๆลงไปในสีผม เพื่อเพิ่มจุดอับแสงเข้มสุด