การ์ตูนเอย สัมภาษณ์เอย อัพหลายเรื่องครับเอนทรี่นี้
posted on 31 Oct 2009 15:40 by deathknellสวัสดีครับ
ตามคำสัญญา(สัญญากับใคร? 555) เอนทรี่อัพเกี่ยวกับงานการ์ตูนของผมเพียวๆ ครับ (แต่ถ้าอ่านไปเรื่อยๆจะรู้ว่ามันไม่เพียว...แค่ชื่อเอนทรี่ก็ไม่เพียวแล้ว)
เนื่องจากมีปัญหาหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวผมเองในการทำงานเขียนการ์ตูน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝีมือของตัวเองที่ผมมีอยู่ ทำให้ผมตัดสินใจทิ้งงานทั้งหมดที่เคยเขียนไว้ มาเริ่มต้นค่อยๆฝึกฝนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านของเนื้อหาและความสวยงามของภาพใหม่ทั้งหมด...ซึ่งผลที่ตามมา สำหรับผมแล้วมันก็น่าพึงพอใจในระดับนึง ก็อยากจะเอาตัวอย่างงานที่ทำไว้มาให้เพื่อนๆได้ติชมกันครับ ในเอนทรี่นี้
แต่ก่อนที่จะไปดูงานกัน ผมมีบทสัมภาษณ์ดีๆมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน...มันไม่ใช่บทสัมภาษณ์ของผมหรอก แต่ผมบังเอิญ...บังเอิญไปเจอคลิปสัมภาษณ์นี้ ของผู้ชายคนนึง จากรายการๆนึง โดยที่ผมฟังมันจนจบแล้วก็คิดว่ามันมีประโยชน์ และเป็นแนวทางที่ดีสำหรับคนที่มีความฝันเป็นขอตัวเอง แต่ก็ต้องเดินทางเส้นที่พ่อแม่ผู้ปกครองขีดกำหนดและคาดหวังเอาไว้ให้กับเรา
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นมาเยอะครับ ในสังคมไทย ในสังคมนักเขียน สังคมศิลปิน ที่พ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็ไม่ค่อยจะสนับสนุนนัก โดยที่เห็นว่ามันเป็นศาสตร์ประเภทเต้นกินรำกิน แม้ในความเป็นจริงแล้ ตลาดทางด้านนี้ในประเทศเราจะกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านเราก็อยากที่จะเห็นลูกหลานของตนเดินไปในเส้นทางที่มั่นคงต่อชีวิตมากกว่าอยู่ดี....จึงไม่แปลกนัก ที่เรามักจะได้เห็นเหล่าเด็กเยาวชนและวัยรุ่นที่พยายามจะเดินตามเส้นทางของตัวเองให้จงได้ ทั้งๆที่้องขัดใจพ่แม่ก็ตามที
บทสัมภาษณ์นี้มาจากรายการ "วู้ดดี้ เกิดมาคุย"เทปเมื่อวันที่7 ธันวาคม พ.ศ.2551 หรือประมาณ1ปีที่แล้วนี่เอง
เป็นบทสัมภาษณ์ของ "อาทิวราห์ คงมาลัย" นักร้องนำแห่ง "วงดนตรีร็อคอันดับ1ของประเทศไทย"

หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของ "ตูน Bodyslam" (รูปขวามือนี่ รูปใหม่เลยนะเนี่ย)
จากบทสัมภาษณ์ กล่าวถึงชีวิตในอดีตของตูน โดยที่ที่ผมหยิบยกมานี้ จะเป็นเรื่องของความชอบ ความฝัน สิ่งที่อยากทำ กับสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่พ่อแม่อยากให้เป็นไป...
ตูน จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์จากจุฬา โดยเขากล่าวว่า มันไม่ใช่ตัวตัวเขาเลย กับการเข้าไปเรียนในคณะนี้ แต่เขาก็สามารถทนอยู่ได้4ปี จนจบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเล่นดนตรีมาตลอดตั้งแต่มัธยมต้น จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้มีผลงานทางดนตรีออกมาอีกเลย
พิธีกรได้ยิงคำถามที่ว่า "บอกอะไรกับตนเอง? เพราะการที่ต้องเรียนให้จบ(โดยเฉพาะคณะนี้ มหาวิทยาลัยนี้) มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องเอาจริง?" และสิ่งที่ตูนตอบออกมาก็คือ
"พยายามนึกถึงพ่อและแม่ไว้...ตัวเรารู้ รู้ว่าเราชอบอะไร อยากจะเป็นอะไร ซึ่งนั่นก็คือการเป็นนักร้อง การได้ร้องเพลง การที่ได้เล่นดนตรี...แต่ว่านั่นก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดนั่นก็คือการเรียนให้จบ ให้สมกับความตั้งใจที่พ่อแม่ได้ส่งเสียให้เราได้เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ โดยที่เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้น การศึกษามันบอกอะไรเราได้หลายอย่า..."
และตูนยังเสริมต่อว่า
"ถ้าเรามีความฝัน ให้เราพยายามทดมันไว้ในใจก่อน พยายามทำความรับผิดชอบหลักให้สำเร็จลุล่วงก่อน ให้มันเป็นsafty เป็นความปลอดภัยในชีวิตเสียก่อน เพราะถ้าหากไอ้สิ่งที่เราฝันไว้...เราไปไม่ถึง ไม่สำเร็จจริงๆ...อย่างน้อยถ้าเราจะวกกลับ เราก็ยังคงมีแก่นให้จับ ยังคงมีเส้นทางให้เราได้เดินอยู่ นั่นก็คือสิ่งที่เราได้เรียนมา"
(และรู้หรือไม่ พ่อหนุ่มร็อคคนนี้ เคยเป็นสจ๊วตมาก่อนด้วย 555)
ผมฟังแล้วมันก็น่าคิดดีนะ ผมคิดว่าบางที่ความฝันของเรากับความฝันของพ่อแม่มันก็ไปด้วยกันได้ โดยที่เด็กสมัยนี้(หรือไม่เด็กแล้วก็ตามที แต่อยารมณ์ประมาณว่า ปีนเกลียวชีวิตอยู่ 55) มักจะมองข้ามไป หรือไม่ทันได้คิดถึงหัวอกของคนข้างหลังเรา(พ่อแม่ ผู้ปกครอง)ด้วยซ้ำ
อีกท่อนนึงที่ผมชอบมากๆเลยคือ
"เราควรจะลำดับหน้าที่ของเราให้ถูกต้องว่า ตอนนี้เราอายุเท่านี้..หน้าที่ของเราคืออะไร ประกอบกับเรามีความฝันเล็กๆของเราอยู่ ค่อยๆสะสมมันไว้ สะสมให้มันพอกพูน...สะสมประสบการณ์กับการเรียนรู้ของเราเอาไว้...พอโอกาสมันมา ให้เราใช้ประสบการณ์ที่เราสะสมมากับโอกาสนี้ให้มันพอดีกัน มันจะถูกที่ถูกเวลา ...และก็มีบางคนที่อยากจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองฝัน แต่ไม่ได้สะสมอะไรมามากพอ จนกระทั่งพอมีโอกาสเข้ามาถึง เราก็จะอยู่กับโอกาสนี้ได้เพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งอย่างสั้นๆ.............และที่สำคัญคือ รับผิดชอบเกี่ยวกับพ่อและแม่ของตัวเองไว้เยอะๆ....ก็คือ เค้าอยากให้เราเรียนหนังสือ เราก็ควรจะทำให้ท่าน ....เท่านั้นแหละครับ หน้าที่ของเราซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านหวัง..."
อ่านกันแล้วก็หวังว่าจะเป็นแง่คิดที่ดีสำหรับใครหลายๆคนได้นะครับ อย่างน้อยก็ผมคนนึงล่ะ
......................................................................................................................................
จบไปเรื่องนึง มาต่อกันอีกเรื่อง ที่ผมโคตรจะดองเอาไว้มาหลายเอนทรี่แล้ว(ฮา) นั่นก็คืองานการ์ตูนครับ งานการ์ตูนที่ทำอยู่ ตามที่ได้เกริ่นไปในช่วงต้นของเอนทรี่นี้ ผมรีสตาร์ทงานตัวเองใหม่ บนพื้นฐานเก่าที่วางไว้ แต่ปรับปรุงแก้ไขมันให้ดีขึ้นทั้งหมด......
เริ่มจากงานภาพ ที่ผมว่าเอาเข้าจริงๆ งานของผมนั้นมันก็ยังดูขี้เหร่ๆอยู่พอสมควรเลย จึงได้เริ่มทำการฝึกวาดมันเสียใหมให้อยู่ตัว(ด้วยวิธการฝึกของผมเอง) อีกทั้งงานตัดเส้นที่มันอาจจะดูดีในสายตาของหลายๆคน แต่ผมก็ไม่ได้พอใจในตัวงานของตัวเองมากนัก....เรียกได้ว่า ผมยังไม่เต็มที่กับมันมากกว่า...ไม่เป็นไร เอาใหม่ ฝึกใหม่...
อีกเรื่องนึงที่ผมหนักใจมากก็คือเนื้อเรื่อง ซึ่งบอกตามตรงว่า ผมว่าพลอตเรื่องของตอนที่1นี้มาแล้ว4รอบ ไม่ค่อยพอใจเลยซักรอบ อาศัยความคิดที่ว่า "เอาน่ะ เดี๋ยวตอนต่อๆไปมันก็ค่อยๆรู้เรื่องน่าติดตามเองแหละ"...ซึ่งถ้าเอาเข้าจริงๆผมว่าไม่เวิร์คแฮะ เผลอๆคนอ่านเค้าจะโยนทิ้งไปตั้งแต่ตอนที่1นี้เลยก็ได้....ไม่เป็นไร แต่ใหม่ก็ได้(วะ)
ในเมื่อตัวคนเดียวมันช่างห่วยแตก งั้นลองพึ่งพาคนรอบตัวดูดีกว่า ซึ่งผมโชคดี ที่ได้น้องชายผม นายtonyพุงกระทิให้คำปรึกษาด้านเนื้อเรื่อง คิดกันไปคิดกันมาจนผมรู้สึกว่า "เออ นี่แหละ ใช่เลย" ได้ออกมาเป็นเนื้อเรื่องที่ผมคิดว่ามันน่าอ่านและน่าติดตามสำหรับตอนที่1นี้ ว่าแล้วก็จึงเริ่มเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ใหม่ ใส่อะไรได้ก็ใส่ลงไปให้มันเต็มที่เท่าที่จะมีปัญญาทำอยู่ในขณะนี้ครับ
และผมจะพยายามทำให้งานชิ้นนี้มันดีขึ้น เจ๋งขึ้น และพัฒนาขึ้นในลำดับต่อไป...
ตัวอย่างงานที่ยังไม่ได้ใ่ส่textครับ (ตรงพื้นที่ที่ดูว่างๆโล่งๆนั่นคือเหลือเอาไว้ใส่text)
รูปสุดท้าย ดูขนาดใหญ่ คลิ๊ก ที่นี่ ครับ
หน้าคู่ เป็นหน้าเปิด สำหรับตัวละครทางหน้าฝั่งขวา ผมยังไม่ขอพูดถึงนะครับ เดี๋ยวจะสปอย อ่านไม่สนุกเปล่าๆ เหอะๆ
ยังไงก็ติชมกันเข้ามาก่อนได้ครับ เพื่อนำไปแก้ไขพัฒนางานของตัวเองในเวลาต่อไป ขอบคุณครับ
สวัสดี


ให้ดาวกับฤาษี!!!!!!!!
#1 By ★ビクシャス★CruximissA★ on 2009-11-05 22:48