สวัสดีครับผม~

 

ช่วงนี้มีโอกาสได้กลับไปเรียนต่ออีกครั้งหนึ่งแล้ว จะว่าไม่มีเวลหรือยุ่งก็ไม่ใช่ครับ กลับกลายเป็นว่า พอได้กลับไปเรียนแล้ว ทำให้มีเวลาว่างในการทำงานส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีกมากโขเลยทีเดียว ซึ่งจากนี้ไป ผมคงเริ่มที่จะสลัดงานทุกอย่างทิ้งไปเพื่อเริ่มต้นเดินตามเส้นทางฝันของตัวเองได้เสียที หลุดออกนอกเส้นทางมานานมากแล้วก็ไม่อยากให้เสียเวลาไปมากกว่านี้น่ะครับ

 

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ระยะหนึ่ง แม้จะไม่มากแต่ผมก็อยากจะลองเชิงงานของตัวเองดูสักชิ้นนึงว่า ผมจะสามารถทุ่มให้กับมัน หรือใช้ความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ปลดปล่อยใส่งานๆนี้ได้มากแค่ไหน เป็นโปรเจ็คระยะยาวพอดูเลยทีเดียวกับการ "เขียนการ์ตูนขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง" เพื่อนำไปเสนอแก่สำนักพิมพ์ดู ผมเชื่อนะว่ามันฟังดูเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆเลยทีเดียวกับคนที่ประสบการณ์หรือชั่วโมงบินน้อยมากๆอย่างผม  แต่ก็เป็นโอกาสอันดีแล้วที่ผมจะได้ลองเริ่มต้นทำในสิ่งที่ผมรักดูอีกสักครั้งหนึ่ง(หลังจากได้เคยทำไปแล้วกับการเป็นผู้ช่วยนักเขียน...แต่ความรู้สึกในระยะสุดท้ายของการทำในช่วงนั้นนี่คือ....เฟลสุดๆ เหนื่อยสุดๆ แล้วก็ท้อสุดๆด้วยเช่นกันครับ)

 

โปรเจ็คนี้ ผมไม่ขอบอกละกันครับว่า มันเกิดขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผมเพียงคนเดียว หากแต่ได้น้องๆกลุ่มASYLUM Studio ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆอย่างมากมาย หาที่สุดมิได้ ขอบคุณ น้องๆทุกคน ขอบคุณ ขวัญ แบง มุก โอ ริ มากๆครับ สำหรับทั้งกำลังใจดีๆและหลายๆอย่างให้พี่ยังนั่งทำโปรเจ็คชิ้นนี้ต่อไปเรื่อยๆแบบไม่เคยคิดจะท้ออีกต่อไป

 

ยังไม่ได้บอกชื่อโปรเจ็คเลยนี่นา แหะๆ โปรเจ็คนี้ มีชื่อว่า โปรเจ็ค "หิมาพานาสูร" อาจจะฟังดูอ่านยากไปสักนิดนึง แต่โดยส่วนตัวแล้ว เผลอโพล่งชื่อนี้ขึ้นมาโดยบังเอิญแล้วชอบครับ มันฟังดูเหมือนเกมหรือการ์ดเกมอะไรสักอย่างหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ...แต่การ์ตูนผมไม่ใช่แนวโปเกม่อนที่เรียกสัตว์ออกมาสู้กันหรอกนะ (ถึงจะเอาไปเล่าให้ใครฟังแล้วมีแต่คนเข้าใจเนื้อเรื่องว่าเป็นแบบนี้ก็เถอะ)

 

"หิมาพานาสูร" เป็นโปรเจ็คหรือการ์ตูนที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ที่มีสัมผัสพิเศษที่เรียนกว่า ทิพยเทวา (ทิบ-พะ-ยะ-เท-วา) อันสามารถมารถทำให้ติดต่อ มองเห็น หรือสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตในป่าหิมพานต์ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเป็นเพราะมิติอันบิดเบี้ยวอันเนื่องมาจากผู้ที่มีทิพยเทวานี้มีจำนวนมาก จึงทำให้บ่อยครั้ง สัตว์แห่งป่าหิมพานต์ก็มาเดินท่อมๆได้โดยที่คนปกติทั่วไปไม่สามารถสัมผัสหรือมองเห็นได้

 

...อาจจะฟังดูแล้วว่า "ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาหรือเรื่องราวอะไรขึ้นได้?" ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่มีผู้ที่มีทิพยเทวาอันมีอุปนิสัยมักใหญ่ใฝสูง ต้องการพลังซึ่งสามรถมิติอันบิดเบี้ยวกับโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้มนุษย์ทุกคนนั้นสามารถมองเห็น จับต้อง และสัมผัสกับป่าหิมพานต์ได้โดยตรง อันจะนำมาซึ่งปัญหาและความวุ่นวายกับโลกสองโลกที่ต่างฝ่ายต่างอยู่และไม่น่าจะเกี่ยวพันกันได้ ซึ่งการได้มาซึ่งพลังอันยิ่งใหญ่นี้ เหล่าผู้มีทิพยาเทวา จำเป็นต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อดูกลืนตบะและพลังของฝ่ายตรงข้ามมาสู่ตน เพื่อที่จะสามารถเรียก อัญเชิญ หรือบงการเหล่าสัตว์ป่าแห่งหิมพานต์ที่มีทั้งดีและไม่ดีที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีกได้...

 

ซึ่งภัยพิบัตินี้นั้น มีมาตั้งแต่โบราณกาล จึงจำเป็นต้องมีผู้พิทักษ์แห่งทิพยเทวา ซึ่งสามารถต่อกร ยับยั้ง หรือปกป้องผู้อื่นได้ โดยที่สามารถเข้าต่อสู้กับเหล่าผู้มีทิพยเทวาได้ไปจนกระทั่งเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ป่าหิมพานต์ที่แข็งแกร่งได้โดยทัดเทียม โดยที่ผู้พิทักษ์แห่งทิพยเทวานี้ ย่อมเป็นผู้ที่มีทิพยเทวาด้วยเช่นกัน ทั้งสามารถอัญเชิญสัตว์หิมพานต์ที่สนิทสนมออกมาใช้ต่อสู้ หรือกระทั่งใช้ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้เข้าห้ำหั่นกับเหล่าศัตรูได้

 

............................................................................................

นี่เป็นเนื้อหาคร่าวๆของหิมาพานาสูรครับ อันที่จริงผมรู้อยู่ในหัวว่า มันควรจะออกมาแบบไหน เนื้อเรื่องควรจะดำเนินออกมาเช่นไร แต่จะอธิบายให้คนอื่นหรือนำเอามาเรียบเรียงแล้วพิมพ์กันให้เข้าใจนี่ ผมก็ไม่เก่งเอาซะเลย แหะๆๆ เอาเป็นว่าติชมกันเข้ามาได้นะครับ กับเนื้อหาคร่าวๆของเรื่องนี้ ผมจะได้เอามาปรับปรุงแก้ไขกันในเวลาต่อไปครับ

 

จากชื่อเอนทรี่ อันนี้เป็นPartแรก (สงสัยหลายคนบอก ยังจะมีต่อแกเรอะแก!!! ฮา...)เพราะว่าจะทยอยนำเนื้อหากับภาพที่ได้เขียนหรือออกแบบไว้มาคอยอัพเดทกันในพาร์ทต่อๆไป ก็ติชมหรือชื่นชอบตัวละครใดเป็นพิเศษก็บอกกันเข้ามาได้นะครับ ทั้งในนี้ หรือในmsn แหะๆ ( deathknellsalvation_of_apocalypse@hotmail.com เมล์เค้าแอบยาวแหละตัวเอง ( ,,= 3=) ฮา...)

 

เอนทรี่นี้ก็มีภาพที่เสร็จแล้วบางส่วนของตัวละครหลักในเรื่องมาให้ดูกันครับ

 

 

มุก(ชื่อจริง ภัทราภรณ์) กับ ไปรยา

 

ภัทราภรณ์หรือมุก เป็นสาวน้อยย่างเข้าวัย18ปี เป็นนักเรียนชั้นม.6ของโรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่ง(ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของเรื่องนี้) ผู้สืบทอดศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแบบไทยๆมาจากปู่แท้ๆของตน ซึ่งดูจากรูปแล้วอาจจะคิดว่า มุกนั้นเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองสูง โลดโผนโจนทะยาน ....แต่เปล่าเลยครับ มุกจะมีความกล้าที่จะตินใจหรือมีความมั่นใจในตัวเองก็ต่อเมื่ออยู่ในสังเวียนแห่งการต่อสู้เท่านั้น ในชีวิตจริง มุกเป็นสาวน้อยเรียบร้อย ขี้อาย และเป็นกุลสตรีมากๆ โดยที่มุกจะหงิมๆขี้อาย แต่จะเก่งวิชาพละเอามากๆ(แหงล่ะ)

 

ส่วน ไปรยา เป็นสิ่งมีชีวิตในป่าหิมพานต์ที่เราเรียกกันว่า อัปสรสีหะ เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งกวาง ดั่งรูป

Upsorn Sriha

(จากเว็บ www.himmapan.com )

หลายคนถามผมว่า ทำไมไม่มีเขา? ....เพราะว่า นอกจากกวางเรนเดียแล้ว กลางตัวเมียจะไม่มีเขานะจ๊ะ...

ส่วนหางนี่ ของผมไม่มีครับ อ้างอิงเอาจากกวางจริงๆที่ผมลองหาข้อมูลดู(หรือจริงๆแล้วมีหาง...แต่รูปที่ผมดูมามันดันไม่มีฟะ...)

 

ไปรยาเป็นอัปสรสีหะรุ่นๆ ที่มีนิสัยตรงกันข้ามกับมุกเลย คือเป็นสาวน้อยที่ใจร้อน มั่นใจในตัวเอง มุทะลุดุดันแต่ก็ซ่อนความอ่อนหวานเอาไว้เป็นเสน่ห์คู่กาย(ที่หลายคนบอกว่าชอบตัวละครตัวนี้ไปซะแล้ว....ซะงั้น =[]=) โดยที่ไปรยานั้นจะเป็นตัวแทนของธาตุลมและไม้ มีจุดเด่นด้านความเร็วและความคล่องตัวสูง มีแรงถีบและแรงกระโดดสูงมาก ซึ่งเข้าคู่กับมุกยามต่อสู้ได้ดีมากๆเลยทีเดียว

 

................................................................

 

 

โอ (ชื่อจริง โอราฬริก)กับ ชลธี

 

โอ เป็นนักศึกษาปี1ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับโรงเรียนสาธิต โลเคชั่นหลักของเรื่อง เป็นหนุ่มร่างกายสูงใหญ่แต่ใจดีแล้วก็มีเหตุผล ชอบใช้สติแก้ไขปัญหามากกว่าที่จะใช้พละกำลังอันมากล้นของตนเอง หากแต่เมื่อจับพลองคู่ใจของตัวเองยามต่อสู้แล้ว โอจะแสดงความบ้าพลังอันรุนแรงให้เราได้เห็นกันเลยทีเดียว (อันเนื่องมาจาก โอ และ พระเอกของเรื่องนั้น สืบทอดศิลปะการต่อสู้มาจากสายเดียวกับมุก แต่ตัวอาจารย์ผู้สอนนั้นคนละคนกัน ซึ่งจะเน้นการทำลายล้างหรือจัดการกับคู่ต่อสู้ขั้นเด็ดขาดเสียมากกว่าสายของมุก ที่จะประนีประนอมคู่ต่อสู้เล็กน้อย ซึ่ง ทั้งโอ และพระเอกต่างก็รู้ดีว่า นี่เป็นข้อเสียของพวกตนที่บางครั้งก็ไม่อาจควบคุมอำนาจการฆ่าฟันของตัวเองได้... อื่นๆจะไว้มาสปอยกันอีกที แหะๆๆ)

 

ส่วน ชลธีนั้น.....แหม่ แค่ชื่อก็ไปเสียแล้ว เหอๆ ชลธีเป็นสัตว์สายธาตุน้ำที่มีธาตุดินคอยค้ำจุณอยู่ เป็นสิ่งมีชีวิตในป่าหิมพานต์ที่เรียกว่า วารีกุญชร (กรุณาอย่าจำสับสนกับ กุญชรวารี เพราะเป็นสัตว์อีกประเภทนึงครับ)

 

Waree Kunchorn

(จากเว็บ www.himmapan.com )

 

เนื่องมาจากผมไม่ค่อยโดนใจรูปแบบดั้งเดิมของวารีกุญชรสักเท่าไหร่นัก จึงทำการมิ๊กซ์ใหม่อย่างที่เห็น แม้จะยังเห็นไม่มากนักจากที่ผมวาด แต่ชลธีนั้น เป็นมนุษย์ช้างที่มีครีบที่หลัง มีเกล็ดที่หลังและมีปลางหางคล้ายปลาครับ....

 

หลายคนเห็นแล้ว...อ่ะโหมากๆกับนายชลธีนี่ เพราะกล้ามเป็นมัดๆชนิดท่เรียกได้ว่า...."อัดเข้าไปได้ยังไง" เป็นเพราะว่าผมอยากแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชลธีนั่นเอง โดยที่ชลธี เป็นหิมาพานาสูรที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งเอามากๆ แต่ก็มีความอ่อนไหวและอ่อนโยนจากสัตว์ธาตุน้ำเข้ามา ทำให้หมอนี่กลายเป็นคนใจเย็นที่บ้าพลัง เอามาคู่กับโอไปเลยครับ (ฮา)

 

แถมอีกรูปนึง ยังไม่บอกที่มาที่ไป แต่ผมจะใช้เป็นสัญลักษณ์ของเรื่องๆนี้ครับ

 

 

รอบๆนั่นเป็นตัวหนังสือนะครับ เรียกว่าตัวอักษรเทวนาครี สามารถอ่านได้ด้วย อ่านว่า "เทวเนตร" ยังไม่บอกว่ามันคืออะไร แหะๆ รออ่านต่อเอนทรี่หน้าครับ สำหรับเอนทรี่นี้ก็ บ๊ายบาย~

 

สวัสดีครับ^^

 

ปล.ตอนนี้ผมมีความสุขม๊ากกกกก สุขเรื่องอะไร...ดูสีหน้าเอา... ,,-w-,,